แบดมินตันเป็นกีฬาที่เล่นกันมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันนี้ถูกบรรจุอยู่ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งเป็นที่นิยมเล่นอย่างแพร่หลายมากในประเทศแถบเอเชียเช่น จีน  และอินเดีย โดยประเทศเหล่านี้ถือเป็นผู้นำในการผลิตอุปกรณ์แบดมินตันที่ดีที่สุดของโลก เป้าหมายของการเล่นแบดมินตันคือการตีลูกขนไก่ให้ข้ามตาข่าย และให้ตรงลงบนพื้นที่ของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ เมื่อฝ่ายตรงข้ามสามารถรับลูได้ จึงเกิดการตีโต้กลับกันไปมา หากบังคับให้ผู้เล่นสามารถตีลูกขนไก่ตนตาข่ายฝั่งตนเองได้ หรือ ตีลูกออกนอกสนามคะแนนจะตกเป็นของอีกฝ่าย ในการชนะการแข่งขันจำเป็นต้องใช้คะแนนรวม 21 แต้ม เพื่อให้ชนะในแต่ละเซ็ต โดยการแข่งขันจะเริ่มเล่นทั้งหมด 3 เซ็ต

ผู้เล่นและอุปกรณ์

การเล่นแบดมินตันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การเล่นแบบเดี่ยว และ การเล่นแบบคู่ ผู้เล่นแต่ละคนจะใช้ ‘ไม้แบดมินตัน’ ที่คล้ายกับไม้เทนนิสแต่จะมีขนาดหัวที่เล็กกว่าเพื่อนำมาใช้ตีลูกขนไก่ (shuttlecock) ซึ่งประกอบด้วยลูกกลมครึ่งลูกที่ด้านล่างและมีขนปกคลุมล้อมรอบด้านบน ใช้วิธีการตีไปที่ด้านท้ายของลูกเพื่อส่งให้ลอยไปในอากาศ จากนั้นแรงโน้มถ่วงจะเข้ามามีบทบาทในการเล่นมากขึ้น โดยด้านท้ายของลูกที่มีน้ำหนักมากจะหันไปที่อีกฝากหนึ่งของสนาม เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถตีกลับมาได้

สนามแบดมินตันมีขนาดความกว้างประมาณ 6.1 เมตร ยาวประมาณ 13.4 เมตร ตรงกลางของลานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นตาข่ายความสูง 1.55 เมตร ในสนามแต่ละฝั่งจะมีการแบ่งเส้นออกเป็น 2 ส่วน เส้นด้านในจะใช้สำหรับการแข่งเดี่ยว ในขณะที่สายนอกใช้สำหรับการแข่งขันแบบคู่

การให้คะแนนแต่ และวิธีการชนะการแข่งขัน

จะมีการให้คะแนนเมื่อผู้เล่นตีลูกขนไก่ข้ามข่ายไปตกลงสนามของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อนที่พวกเขาจะตีมัน นอกจากนี้ยังสามารถได้รับคะแนนเมื่อคู่ต่อสู้ตีลูกขนไก่ชนกับตาข่าย หรือตีออกนอกสนาม ในการชนะเกมแต่ละฝ่ายจะต้องแข่งกันทำคะแนนให้ได้ 21 แต้มก่อนฝ่ายตรงข้าม หากทำเช่นนั้นได้จะถือว่าเป็นฝ่ายชนะในเซ็ตนั้นไป หากคะแนนเสมอกันที่ 20-20 ผลจะตัดสินกันที่คะแนนนำ 2 แต้มของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากคะแนนยังคงเสมออยู่ที่ 29-29 คะแนนถัดไปจะตัดสินผู้ชนะของเซ็ต การชนะเกมโดยรวมจะต้องชนะ 2 ใน 3 เซ็ตที่เล่น

กฎการเล่นแบดมินตันพื้นฐาน 9 ข้อ

  1. เกมสามารถเล่นได้กับผู้เล่นสองคน (เดี่ยว) หรือสี่คน (คู่)
  2. การแข่งขันอย่างเป็นทางการจะต้องมีการเล่นในร่ม ในขนาดสนามที่เหมาะสม ขนาดสนามมาตรฐานสากลที่ใช้ในการแข่งขัน คือ 6.1 x4 เมตร โดยตาข่ายตั้งอยู่ตรงกลางจะต้องมีความสูงที่ 1.55 เมตร
  3. ในการให้คะแนนจะเกิดขึ้น เมื่อตีลูกขนไก่ไปตกที่สนามฝ่ายตรงข้าม
  4. หากลูกขนไก่ตีชนกับตาข่าย หรือตกลงบนพื้นที่นอกสนาม คะแนนจะตกเป็นของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
  5. ผู้เล่นจะต้องทำการตีลูกเสิร์ฟโดยใช้แบบทแยงมุมให้กับฝ่ายตรงข้าม หลังจากมีการให้คะแนนเกิดขึ้นจะวนเปลี่ยนผู้เล่นเสิร์ฟกัน โดยจะไม่มีการตีลูกเสิร์ฟเป็นซ้ำเป็นครั้งที่ 2 หากตีลูกออกนอกสนาม คะแนนจะตกเป็นของอีกฝ่ายทันที
  6. แต่ละเกมจะเริ่มต้นด้วยการโยนเหรียญเพื่อพิจารณาว่าผู้เล่นคนใดจะเสิร์ฟก่อน และใครจะอยู่ด้านไหน
  7. เมื่อมีการตีลูกขนไก่แล้ว ผู้เล่นจะได้รับอนุญาตให้เคลื่อนที่ได้ตามปกติ โดยอนุญาตให้ตีลูกขนไก่ที่ลอยออกนอกพื้นที่สนามได้
  8. หากร่างกายหรืออุปกรณ์การเล่นสัมผัสกับตาข่าย ถือเป็นการฟาวล์ซึ่งทำให้อีกฝ่ายได้คะแนนด้วย
  9. การฟาวล์อาจเกิดขึ้นได้หากจงใจเบี่ยงเบนความสนใจของฝ่ายตรงข้าม ลูกขนไก่ติดอยู่ในแร็กเกต ตีลูกขนไก่สองครั้งติดกัน หรือผู้เล่นที่ยังคงทำผิดกฎของแบดมินตันอย่างต่อเนื่อง