ลุยส์ ซัวเรซ (Luis Suarez) เกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 1987 นักฟุตบอลชาวอุรุกวัย กองหน้าคนสำคัญของบารเซโลน่า และทีมชาตอุรุกวัย ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งกาจที่สุดในโลก ด้วยการคว้ารางวัล 18 รายการตลอดอาชีพของเขา รวมถึงแชมป์ลีก 6 สมัย ทำลายสถิติครองแชมป์ของลีโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ด้วยการคว้าแชมป์ลาลิกาในปี 2016 ทำประตูรวม 475 ประตูให้กับสโมสรและทีมชาติ

เขาเริ่มเล่นในทีมเยาวชน์ตั้งแต่ปี 2003 พออายุ 19 ก็ย้ายไปอยู่เนเธอร์แลนด์เพื่อเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลโกรนิงเงิน ก่อนที่ในปี 2007 จะย้ายมาอยู่กับอาแจค คว้าถ้วยรางวัลแรกในรายการ KNVB Cup ในปี 2010 จบฤดูกาลด้วยการเป็นผู้ทำประตูสูงสุดในลีก ตามมาด้วยตำแหน่งนักฟุตบอลชาวดัตช์แห่งปี ต่อมาก็ได้ช่วยให้อาแจ็ครักษาแชมป์เอเรอดีวีซี (Eredivisie) พร้อมกับการทำประตูลูกที่ 100 ของเขา

ในเดือนมกราคม 2010 เขาได้ย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูลก็สามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลแรก 4 ปี ต่อมาก็ได้ตำแหน่งผู้เล่นแห่งปี PFA Player Of the year และ FWA Footballer of the Year เช่นเดียวกับรางวัลรองเท้าทองคำ (Golden boot) ร่วมครองตำแหน่ง รองเท้าทองคำยุโรป (European Golden Shoe) ร่วมกับคริสเตียโน โรนัลโด้ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับบารเซโลน่าด้วยค่าตัว 82 ล้านยูโร ทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์

สโมสรและผลงานในอาชีพ

หลังจากได้ย้ายมาอยู่ฤดูกาลแรกกับบารเซโลน่า เขาก็เริ่มฟอร์มทีมบุกกับสามดาวรุ่งนักเตะอย่าง ลีโอเนล เมซซี่ และ เนย์มาร์ ช่วยให้ทีมสามารถชนะลีกประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลเดียว คือ ลาลิกา โคปปาเดลเลย์ และ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยสามทหารเสือนี้ทำคะแนนรวมกันได้ 122 ประตูในฤดูกาล ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปน

ในด้านฟุตบอลทีมชาติ เขาสามารถทำประตูได้สูงสุดตลอดกาล และเป็นตัวแทนของประเทศร่วมลงแข่งขัน 3 รายการสำคัญในฟุตบอลโลก, อเมริกาคัพ 3 ครั้ง, โอลิมปิกฤดูร้อนปี 2012 รวมถึงฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ2013 ที่เขาช่วยให้ทีมสามารถจบได้ในอันดับที่ 4 ก่อนที่จะมีบทบาทสำคัญอีกครั้งในการแข่ง ฟุตบอลโลก 2010 ทำคะแนนรวม 3 ประตู

อย่างไรก็ตามที่ผานมาค่อนข้างมีเรื่องที่หลายที่ยกขึ้นมาถกเถียงกันมากที่สุด โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องแฮนบอลในการแข่งฟุตบอลโลก 2010 ในนัดระหว่างกาน่า เพราะเขายังกัดนักเตะฝ่ายตรงข้ามด้วยกันถึง 3 ครั้ง และถูกกล่าวหาว่าพยายามพุ่งล้มที่ถือเป็นการเล่นโกง สุดท้ายในปี 2011 เอฟเอพบว่าเขามีความผิดในการเหยียดเชื้อชาติ ปาทริส เอวรา (Patrice Evra) อีกด้วย