เซร์ฆิโอ อาเกวโร (Sergio Agüero) เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1988 นักฟุตบอลพรีเมียรลีกที่เล่นให้กับทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นหนึ่งในกองหน้าที่โดดเด่นสุดแห่งยุค และเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก อีกทั้งยังเป็นนักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดที่เคยแล่นใน Argentine Primera División เปิดตัวในวัย 15 ปี กับอีก 35 วัน ทำลายสถิติเก่าของอดีตตำนานอย่าง Diego Maradona ในปี 1976 ก่อนที่เขาจะย้ายมาเล่นในลาลิกากับ อัตเลติโกเดมาดริด  (Atletico Madrid) ในปี 2016 ด้วยค่าตัวมูลค่ากว่า 23 ล้านยูโร

ภายในปีก็สร้างผลงานจนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักบอลอายุน้อยที่โดดเด่นที่สุดในยุโรป คว้ารางวัลมากมาย เช่น นักฟุตบอลต่างชาติยอดเยี่ยมแห่งลาลีกา (Don Balon Award), โกลเดินบอย (Tuttosport Golden Boy), นักฟุตบอลแห่งปีของ เวิลด์ซอกเกอร์ (World Soccer Young Player of the Year) ด้วยการทำคะแนนรวม 101 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 234 นัด ให้กับอัตเลติโกเดมาดริด พร้อมกับคว้าแชมป์ในรายการยูฟ่ายูโรปาลีก(UEFA Europa League) และ ยูฟ่าซูเปอร์คัพ (UEFA Super Cup)

สโมสรและผลงานในอาชีพ

อาเกวโรย้ายไปอยู่กับสโมสรพรีเมียรลีกในปี 2011 เพื่อเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมูลค่า 35 ล้านปอนด์ วันสุดท้ายในฤดูกาลเปิดตัวแสดงผลงานทำประตูนาทีที่ 94 เอาชนะทีมควีนส์พาร์กเรนเจอส์ทำให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกลายเป็นแชมป์ลีกในรอบ 44 ปี ในฤดูกาล 2014-15 ก็ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำ (Premier League Golden Boot) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่สามารถทำประตูให้สโมสรได้สูงสุดตลอดกาล ก่อนที่จะทำประตูนัดที่ 178 ในระหว่างแข่งกับนาโปลี

ในฤดูกาล 2017-2018 กับ 2018-18 เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี (PFA Team of the Year) พร้อมกับเป็นผู้ทำประตูสูงสุดเป็นอันดับที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก และเป็นผู้ทำประตูที่ไม่ใช่สัญชาติอังกฤษที่ทำประตูได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ ด้วยจำนวนประตูรวม 180 ประตู นอกจากนี้เขายังเก็บสถิติการเล่นแฮททริคในพรีเมียร์ลีกได้มากถึงสิบสองครั้ง

ต่อมาได้เริ่มเล่นในทีมชาติอาร์เจนติน่ารุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และ ฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี (2005 กับ 2007) โดยคว้าแชมป์มาทั้งสองฤดูกาล ตามมาด้วยการเป็นตัวแทนของประเทศไปแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ทำผลงานยิงประตู 2 นัด กับ บราซิล 3-0 ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ทำให้อาร์เจนตินาสามารถคว้าเหรียญทองไปได้สำเร็จ นอกจากนี้แล้วเขายังถูกเลือกเป็นตัวแทนของทีมชุดใหญ่ไปแข่งในฟุตบอลโลก 2010 กับ อเมริกันคัพ 2011 สามารถเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศทั้งสามรายการ